fbpx

ผลข้างเคียงของ CBD

Long and short term what CBD does to you

Cannabidiol คือเทรนด์ใหม่เรื่องสุขภาพในตอนนี้ โดย CBD เข้าไปมีส่วนร่วมกับทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารผสมกัญชา ทิงเจอร์ สกินแคร์ ยาทาเฉพาะที่ หรือส่วนผสมในอาหาร นอกจากนี้ คุณสมบัติด้านการรักษาของ CBD ยังช่วยให้เราสามารถใช้สารประกอบกัญชาเพื่อรักษาโรคต่างๆ ได้อีกด้วย

แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ในปัจจุบัน CBD ยังคงอยู่ในระหว่างการศึกษาอยู่และมีอีกหลายเรื่องที่เราไม่รู้ ถึงแม้สิ่งที่ค้นพบในตอนนี้จะน่าสนใจมากๆ ก็ตาม แต่คำถามบางข้อที่ยังไม่ได้รับคำตอบก็คือ

  • CBD มีผลข้างเคียงหรือไม่?
  • ปลอดภัยหรือเปล่า ใช้ CBD แล้วจะติดหรือไม่?
  • ใช้กับยาตัวอื่นได้หรือไม่?

CBD มีความปลอดภัยและร่างกายรับได้ไหว

WHO logo over cannabis

ในปี 2018 องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่รายงานทบทวนที่สำคัญเกี่ยวกับ Cannabidiol การศึกษาครั้งนี้สำรวจเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยและแนวโน้มการเสพติด CBD พร้อมกับการใช้งานเพื่อการรักษาต่างๆ

จากการรายงานพบว่า CBD ไม่ทำให้เกิดการพึ่งพาหรือเสพติดในมนุษย์ นอกจากนี้ การทดลองและการศึกษากับมนุษย์ในกลุ่มที่มีการควบคุมชี้ให้เห็นว่า Cannabidiol ไม่ทำให้เกิดอาการเสพติดหรือไม่มีแนวโน้มในการใช้ในทางที่ผิด ต่างจาก THC ซึ่งเป็นสารประกอบกัญชาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และมีความเชื่อมโยงกับอาการติดกัญชามากกว่า

การทบทวนอย่างครอบคลุมกับงานวิจัยกว่า 100 ชิ้นก็สรุปไปในทางเดียวกัน ทำให้ผู้เขียนขอสรุปว่า CBD คือสารที่ร่างกายรับไหวในปริมาณยาที่สูง และปลอดภัยต่อการบริโภค

การสรุปดังกล่าวตรงตามลักษณะของ Cannabidiol ที่ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เนื่องจากสารตัวนี้ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่สมองมากเท่า THC ทำให้โอกาสในใช้ในทางที่ผิดหรือเกิดการเสพติดนั้นเป็นไปได้ยากมาก

มีการศึกษาที่ชี้ให้เห็นว่าเราสามารถใช้ CBD เป็นวิธีการบำบัดพฤติกรรมการเสพติด แม้ว่าในตอนนี้จะมีข้อมูลอยู่จำกัด แต่ข้อมูลที่ได้ในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่า cannabidiol สามารถช่วยลดความอยากอาหารและความวิตกกังวลอันเนื่องมาจากการใช้ยาสูบ โอปิออยด์ โคเคน หรือแอลกอฮอล์

ลักษณะเฉพาะตัวข้อนี้ของ CBD คือหนึ่งในหลายๆ เหตุผลที่ทำให้หลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ได้เปิดรับ CBD เข้ามา แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้จิตใจเราล่องลอยและมีความน่าสนใจเหมือนกับ THC แต่ CBD เองก็มีสรรพคุณดีๆ ของกัญชาอยู่ ประกอบกับคุณประโยชน์ในเรื่องสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ นี่จึงเป็นวิธีการรักษาแบบธรรมชาติที่สามารถทดแทนยาตามเคาน์เตอร์ทั่วไปได้

ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้ CBD ได้รับการยอมรับในวงการกีฬาด้วยเช่นกัน องค์การต่อต้านสารต้องห้ามโลก (World Anti-Doping Agency) ได้กำหนดให้ Cannabidiol เป็นสารยกเว้นจากรายชื่อสารต้องห้ามและอนุญาตให้ใช้ในการแข่งขันได้

ผลข้างเคียงของ CBD

การใช้งาน CBD มาพร้อมกับผลข้างเคียง โดยบางอย่างอาจจะมาแค่ระยะสั้นๆ ตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนถึงสองสามชั่วโมง อาการเหล่านี้มักจะหายไปเมื่อ CBD ออกจากร่างกายไปแล้ว ผลข้างเคียงระยะสั้นเหล่านี้คือสิ่งที่พบได้บ่อยกว่าและมักจะหายไปโดยไม่มีผลกระทบอะไรร้ายแรง

ผลค้างเคียงในระยะยาวต้องใช้เวลาในการพัฒนาและมีความเกี่ยวข้องกับการใช้งานแบบเรื้อรัง ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ได้มาจาก CBD เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆ ในเรื่องของวิธีการใช้งาน เช่น การบริโภค (การสูบควัน การสูบไอ) หรือการผสมกับตัวยาอื่นๆ

ผลกระทบระยะสั้นผลกระทบระยะยาว
ปากแห้งน้ำหนักเปลี่ยนแปลง
คลื่นไส้ปัญหาและการเป็นพิษต่อตับ
เหนื่อยล้า/ง่วงนอนการติดเชื้อทั่วไป
ผื่นแดง
ท้องเสีย
ความอยากอาหารลดลง

วิธีที่คุณใช้ CBD สามารถช่วยลดผลข้างเคียงบางอย่างได้ในระยะยาว โดยบางกรณีที่เกิดขึ้นได้มีดังต่อไปนี้

การสูบ CBD อาจไม่ได้มีประโยชน์ขนาดนั้น

การสูบไอหรือสูบควันมักจะเกี่ยวข้องกับอาการไอ คลื่นไส้ เจ็บคอ หรือปากแห้ง นั่นเป็นเพราะการสูดควันเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ปอดได้รับความเสียหายและเพิ่มความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์และคาร์บอนมอนอกไซด์ในกระแสเลือด สำหรับคนที่สูบกัญชาเป็นประจำอาจทนต่อผลข้างเคียงตรงนี้ได้ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยสูบมาก่อนอาจต้องประสบกับผลข้างเคียงที่กล่าวมา

วิธีหนึ่งในการลดความเสี่ยงคือการใช้ CBD ด้วยวิธีอื่นๆ เช่น น้ำมัน ทิงเจอร์ หรืออาหารผสมกัญชา หากคุณใช้ CBD เพื่อรักษาอาการปวดอาจลองใช้สารตัวนี้เป็นยาทาเฉพาะที่ได้ เพราะนี่คือ CBD ที่ใช้โดยตรงกับผิวโดยที่ไม่เข้าไปถึงกระแสเลือด

CBD กับตัวยาอื่นๆ

Cannabis oil and precsription drugs on a table

CBD มีแนวโน้มสูงที่จะมีปฏิสัมพันธ์และขัดขวางการออกฤทธิ์ของยาตัวอื่น

เมื่อคุณใช้ยาหรืออาหารเสริม สารจากยาดังกล่าวจะต้องผ่านระบบย่อยอาหารและถูกเผาผลาญในตับก่อนเข้าสู่กระแสเลือด สาร CBD มีโอกาสไปรบกวนการทำงานของตับในส่วนนี้ด้วยการเปลี่ยนความเร็วในการจัดการกับตัวยาของตับ ส่งผลให้ความเข้มข้นของตัวยาที่เข้าสู่ร่างกายไม่สม่ำเสมอ นำไปสู่ผลกระทบและผลข้างเคียงต่างๆ

นี่คือเหตุผลที่เราขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่ม CBD เข้าไปในชีวิตประจำวันของคุณ หากคุณเป็นคนที่ใช้ยาตัวอื่นอยู่ แพทย์อาจปรับปริมาณยาเพื่อให้เข้ากับร่างกายของคุณได้ดีขึ้น

ประวัติการรักษาก็สำคัญ

แม้ว่า CBD จะมีประสิทธิภาพในการักษาาอาการนอนไม่หลับ อาการปวดเนื้อรัง โรคลมชัก และความผิดปกติทางจิตก็ตาม แต่ในบางกรณีสารตัวนี้อาจทำให้โรคบางอย่างแย่ลงกว่าเดิม เช่น ความดันเลือดตำ่ เป็นต้น

เนื่องจาก CBD เป็นสารที่ขึ้นชื่อเรื่องความผ่อนคลายและช่วยลดความดันเลือดได้ ทำให้การใช้สารตัวนี้กับผู้ป่วยที่มีความดันเลือดต่ำอยู่แล้วอาการแย่ลงเข้าไปอีก หากคุณมีปัญหาสุขภาพเพียงเล็กน้อย การปรึกษาแพทย์อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

ในทำนองเดียวกัน CBD ไม่เหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์ สตรีที่ต้องให้นมบุตร และคนที่มีปัญหาเรื่องตับ

ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพคือจุดที่สร้างความแตกต่าง

หากคุณต้องการใช้ประโยชน์จาก CBD ให้ได้มากที่สุด การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่มาจากบริษัทที่น่าเชื่อถือคือทางเลือกที่ดีกว่า

ในหลายกรณี ผู้ผลิตน้ำมัน CBD มักจะลดต้นทุนการผลิตด้วยวิธีต่างๆ เช่น การใช้สายพันธุ์กัญชาที่ด้อยกว่า การใช้ CBD สังเคราะห์แทน CBD จากธรรมชาติ การนำไปเจือปนกับ THC หรือการเติมสารเคมี สารกันบูด หรือสารเติมเต็ม ทำให้ได้สารสกัด CBD ที่อาจมีโลหะหนัก ยาฆ่าแมลง หรือสารปนเปื้อน

สารสกัดเหล่านี้อาจทำให้คุณเกิดอาการแพ้ เช่น ผื่น ปวดหัว หรือคลื่นไส้ โดยในหลายครั้งอาการแพ้เหล่านี้มาจากวัตถุดิบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ CBD ไม่ว่าจะเป็นสารประกอบอะโรเมติกส์ น้ำมันตัวพา หรือสารเติมแต่งที่เติมเข้ามารวมกับ CBD ตัวอย่างเช่น หากคุณแพ้มะพร้าว การใช้ทิงเจอร์ CBD ที่ใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นเบสอาจไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่นัก

ดังนั้นคุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ CBD ที่คุณใช้อยู่นั้นตรงตามคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • ออร์แกนิก ธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีและสารปนเปื้อน
  • มาจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้ อย่างเช่นแบรนด์ต่างๆ จากที่นี่
  • มีใบรับรองการวิเคราะห์คุณภาพ พร้อมผ่านการทดสอบจากห้องแล็บอิสระ
  • ปราศจากสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ทั่วไป (แตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล)

สรุป

แม้ว่าโอกาสที่คุณจะเสพติด CBD จะเข้าใกล้ศูนย์ก็ตาม แต่คุณควรรับทราบเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน Cannabidiol ส่วนใหญ่แล้วสารตัวนี้ร่างกายรับไหวและเป็นสารที่ปลอดภัย นอกจากนี้ คุณสามารถหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่พบบ่อยอย่างปากแห้งหรือคลื่นไส้ได้ด้วยการใช้ CBD ในตอนที่ท้องอิ่มหรือดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้อาจมีความซับซ้อนขึ้นหากพิจารณาจากโรคหรือประวัติการรักษา การใช้ยา หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ เราขอแนะนำให้คุณใช้สารสกัด CBD คุณภาพสูงที่มาจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถืออยู่เสมอ และหากคุณรู้สึกไม่มั่นใจให้ปรึกษาแพทย์ก่อน