น้ำมัน CBD ถูกกฎหมายหรือไม่? กฎหมายกัญชาในประเทศไทย

กฎหมายเกี่ยวกับกัญชาในประเทศไทย- กัญชาและ CBD ถูกกฎหมายแล้วหรือยัง

ประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศที่มีกฎหมายเกี่ยวกับกัญชาที่เข้มงวดที่สุด อย่างไรก็ตามกฎหมายนี้ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่ข่าวกัญชาถูกกฎหมายเริ่มกลายเป็นเทรนด์ในประเทศ

หากคุณอาศัยอยู่ประเทศไทย โอกาสที่คุณจะเจอร้านอาหารและคาเฟ่ที่มีกัญชาผสมในเมนูหรือเครื่องดื่มเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทย (อย.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อเปลี่ยนกฎเกี่ยวกับกัญชาและพืชกัญชง

ลองมาดูกันเลย

ความแตกต่างและกฎหมายเกี่ยวกับสาร Cannabidiol และ THC

ก่อนที่เราจะมาดูกฎหมายเกี่ยวกับกัญชาในประเทศไทย เรามาดูความแตกต่างระหว่างสาร CBD และ สาร THC หรือ สาร Cannabidiol ที่พบในต้นกัญชากันก่อนเลย

THC

สาร THC หรือที่รู้จักกันว่าสาร Tetrahydrocannabinol นั้นคือสารประกอบที่ทำให้มึนเมาเมื่อรับประทานต้นกัญชา โดยสาร Cannabinoid จะพบในปริมาณมากในต้นกัญชา สารนี้ขึ้นชื่อในเรื่องคุณสมบัติทางจิตประสาทและมีส่วนทำให้เกิดอาการมึนเมาและทำให้คนคลั่งไคล้หม้อกัญชา

CBD

ในทางกลับกันสาร CBD ทำให้ผ่อนคลายและมีรสที่กลมกล่อมมากกว่าสาร THC นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้จักกันดีว่าสาร CBD มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เนื่องจากมีส่วนช่วยในการบรรเทาความเครียดและความวิตกกังวล ไปจนถึงการบรรเทาความเจ็บปวด ช่วยให้นอนหลับสบาย รักษาอาการชักและอื่น ๆ อีกมากมาย

สิ่งสำคัญก็คือ สาร CBD ไม่ทำให้มึนเมาเนื่องจากสารนี้ไม่ออกฤทธิ์ทางจิต 

สาเหตุหนึ่งที่กัญชายังคงถูกควบคุมอย่างหนักในหลาย ๆ พื้นที่ในโลกนั้นสืบเนื่องมาจากลักษณะการออกฤทธิ์ทางประสาทของ THC ในกรณีนี้สำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งอเมริกา (DEA) ได้จัดให้กัญชาเป็นสิ่งเสพติดประเภทที่ 1 ซึ่งนับได้ว่าเป็นหมวดหมู่เดียวกับ เฮโรอีน LSD และ Ecstacy ซึ่งหลาย ๆ ประเเทศ รวมถึงประเทศไทยก็ได้ใช้การจัดประเภทแบบเดียวกับประเทศอเมริกาโดยไม่คำนึงถึงแง่มุมทางวัฒนธรรมหรือภูมิศาสตร์ของประเทศเราเลย

วัชพืช, กัญชา, แมรี่ เจน – ได้ถูกจัดอยู่ในประเภทเดียวกัน โดยส่วนหนึ่งของต้นกัญชาทำให้มึนเมา อีกส่วนหนึ่งใช้รักษาโรคทั่วไป 

แต่สิ่งนี้กำลังเปลี่ยนไป ต้องขอบคุณการแพทย์ นักวิจัยและผู้กำหนดนโยบายได้ตระหนักถึงประโยชน์ต่อสุขภาพของจากสาร Cannabinoid ดังนั้นจึงเป็นการปูทางสำหรับการผ่อนปรนกฎระเบียบ

กฎหมายกัญชาในประเทศไทย: ไทม์ไลน์ล่าสุด 

Marihuana is illegal & punishable in Thailand

หลังจากที่ได้รู้เรื่องประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับกัญชาคร่าว ๆแล้ว มาดูเรื่องกฎหมายกัญชาในประเทศไทยกันเลย โดยประกอบด้วยการพัฒนาที่สำคัญสามประการ ในปี พ.ศ. 2562และในปัจจุบัน

พ.ศ. 2562 – กัญชาทางการแพทย์ถูกกฎหมาย

ในปี พ.ศ. 2562ประเทศไทยได้ออกกฎหมายให้กัญชาทางการแพทย์กลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย และในปัจจุบันกัญชาทางการแพทย์สามารถนำมารักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลของรัฐและในสถานที่อื่น ๆ ที่ได้จดทะเบียน เพื่อรักษาอาการป่วยอต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังคงคลุมเครือเล็กน้อยหลังจากมีผลบังคับใช้ โดยผู้ป่วยต้องได้รับใบสั่งยาจากแพทย์จึงจะสามารถใช้กัญชาได้ นอกจากนี้ยังมีความกังวลในเรื่องของประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์อยู่

พ.ศ. 2563 – การเปลี่ยนแปลงการจำแนกประเภทของกัญชาในพระราชบัญญัติยาเสพติด

ในเดือนธันวาคม 2563 อย.ไทยได้แก้ไขคำจำกัดความของยาเสพติดให้โทษจำพวกที่ 5 ภายใต้พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1976) โดยกัญชาจัดอยู่ในหมวดหมู่ที่ 5

ประกาศล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุขในเรื่อง ยาเสพติด 2563 (2020) (“ประกาศใหม่“) ได้ชี้แจงข้อกำหนดต่อไปนี้สำหรับพืชกัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และการวิจัย

การแสวงหาผลประโยชน์จากกัญชาหรือพืชกัญชงโดยสมบูรณ์ เช่น เปลือก ลำต้น เส้นใย ลำต้นและรากของกัญชาและกัญชง; ใบไม่มีปลายยอดและดอกกัญชาและกัญชง สารสกัดกัญชาและกัญชงที่มีสาร CBD และสารTHC ไม่เกิน 0.2% โดยน้ำหนัก; กากกัญชาและกัญชงหลังจากการสกัดที่มีสาร THC ไม่เกิน 0.2% โดยน้ำหนัก; และเมล็ดกัญชง น้ำมันเมล็ดกัญชง หรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชง” 

กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ ส่วนที่อยู่ด้านบนของต้นกัญชาจะไม่ถูกจำแนกเป็นสิ่งเสพติดชนิด Cat 5 ที่งจริงแล้วส่วนต่าง ๆ เหล่านี้สามารถนำมาศึกษาและวิจัยในเรื่องของความสามารถในการดำรงชีวิตของและประโยชน์จากต้นกัญชา โดยกฎหมายนี้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการครอบครอง การขายและการผลิตกัญชาและกัญชง 

ประกาศ พ.ศ. 2564 ภายใต้พระราชบัญญัติอาหารที่อนุญาตให้ใช้กัญชาเป็นส่วนผสมในอาหาร

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศหลายฉบับตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2564 พ.ศ. 2522 ที่อนุญาตให้กัญชาและกัญชาเป็นส่วนผสมในอาหาร

หรือที่เรียกกันว่า ประกาศฉบับที่ 424 ซึ่งเป็นกฎใหม่ที่อนุญาตให้ผลิต นำเข้า หรือขายอาหารที่มีส่วนประกอบและสารกัญชา ตราบใดที่เป็นไปตามพระราชบัญญัติยาเสพติดในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น

ซึ่งรวมไปถึง รายการอาหารที่มีส่วนผสมของก้าน ลำต้น เส้นใย กิ่ง ราก ใบไม่มียอดหรือดอกกัญชา สารสกัดที่มี CBD และ THC ไม่เกิน 0.2% โดยน้ำหนักในกัญชาแห้งที่ได้รับอนุญาตให้ขายในประเทศไทย

ผลิตภัณฑ์ยอดนิยม เช่น น้ำมัน CBD, ผลิตภัณฑ์อาหารจาก CBD, แคนนาบัตเตอร์, เยลลี่ CBD และสินค้าน่าสนใจอื่น ๆ สามารถขายและซื้อได้ในประเทศไทย เนื่องมาจากการพัฒนาของอาหารที่มีส่วนผสมของสาร CBD เหล่านี้เองที่ทำให้อุตสาหกรรมเครื่องดื่มและอาหารในประเทศไทยกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด

กัญชา ถูกกฎหมายในประเทศไทยแล้วหรือไม่

คำตอบ คือ กัญชายังคงผิดฎหมายในประเทศไทยอยู่โดยเฉพาะ กัญชาที่มีส่วนประกอบของสาร THC ที่ทำให้มึนเมา 

ดังนั้นการใช้กัญชาเพื่อความบันเทิงยังคงผิดกฎหมายในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เราก็ยังมีหวังในอีก 10 ปีข้างหน้าว่าประเทศไทยอาจปฏิบัติตามแนวทางของสหรัฐอเมริกา แคนาดา เนเธอร์แลนด์ และประเทศตะวันตกอื่นๆ ในเรื่องของการผ่อนปรนกฎหมายเกี่ยวกับการใช้กัญชาเพื่อความบันเทิง

ผลิตภัณฑ์ CBD ที่ประกอบด้วยสาร THC น้อยกว่า 0.2% ถือว่าถูกกฎหมาย 100% 

หากคุณต้องการบริโภควัชพืชที่มี THC มากกว่า 0.2% คุณจะต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ที่ได้รับอนุญาตจาก FDA มีไว้สำหรับใช้ทางการแพทย์เท่านั้นและมีการควบคุมอย่างเข้มงวด ดังนั้น คุณจะต้องลงทะเบียนในระบบเพื่อใช้กัญชา ซึ่งมีความยุ่งยากมาก

โทษของกัญชาตามกฎหมาย 

จำไว้ว่าการใช้กัญชาเพื่อความบันเทิงนั้นผิดกฎหมายในประเทศไทยและมีบทลงโทษตามกฎหมายหลายประการ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์กัญชาต่าง ๆ เช่น น้ำมัน CBD และของกินอื่น ๆ ที่มีขายทั้งในออนไลน์และตามหน้าร้าน ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดก็ตามของต้นกัญชา ก็ควรจะมีสาร THC น้อยกว่า 0.2% 

หากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษตามกฎหมายดังนี้ 

  • จำคุก 1-15 ปี
  • ปรับเป็นจำนวน 40,000 – 1,500,000 บาท 

โดยความรุนแรงของการลงโทษจะขึ้นอยู่กับปริมาณของกัญชาที่ตรวจพบ จุดประสงค์ในการนำไปใช้และ อื่น ๆ 

ส่งท้าย

การแก้ไขกฎหมายโดย อย. และกระทรวงสาธารณสุขของไทยทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงผลิตภัณฑ์กัญชาได้ง่ายขึ้น ตราบใดที่ผลิตภัณฑ์กัญชามีสาร THC น้อยกว่า 0.2% ดังนั้นกัญชาถูกกฎหมายเพียงอย่างเดียวที่คุณสามารถหาซื้อได้คือผลิตภัณฑ์ CBD

นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนมุมมองที่ผู้คนมีต่อกัญชาในประเทศไทย ตลาดท้องถิ่นกำลังเกิดขึ้นใหม่ทำการเจาะตลาดโดยใช้ประโยชน์จากกฎหมายเหล่านี้เพื่อขายผลิตภัณฑ์ CBD ให้กับคนจำนวนมาก ในขณะที่อุตสาหกรรมนี้กำลังเติบโตของอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตเราสามารถคาดได้ว่าอุตสาหกรรมนี้จะกลายมาเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญต่อสาธารณชนและผู้กำหนดนโยบาย

ที่ Bloom เราขายผลิตภัณฑ์ CBD ที่ถูกกฎหมายซึ่งช่วยในการบรรเทาความเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจ เช่น ปวดข้อ วิตกกังวล หรือนอนไม่หลับ หากคุณสนใจที่จะทราบข้อมูลเพิ่มเติม เราแนะนำให้อ่านบทความของเราเกี่ยวกับประโยชน์ของ CBD