กัญชาเพื่อการแพทย์ในประเทศไทย: คืออะไรและใช้ยังไง?

Medical marijuana oil and a prescription

กัญชาเพื่อการแพทย์ในประเทศไทยเปลี่ยนจากไฟแดงเป็นไฟเขียว

เราทุกคนต่างรู้กันดีว่ากัญชาถูกใช้เป็นยาแพทย์ทางเลือกมานานมากแล้ว หลายพันปีเลยทีเดียว และในตอนนี้ก็เริ่มมีการบังคับใช้ให้ถูกกฎหมายแล้วด้วย

ในปี 2019 ประเทศไทยได้กลายเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำหนดให้กัญชาเพื่อการแพทย์เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้มาจากความจริงที่ว่าพืชกัญชาสามารถใช้รักษาอาการของโรคได้มากมาย พร้อมมีงานวิจัยและการศึกษาทางวิทยาศาสตร์มารองรับ

อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงกัญชาทางการแพทย์ คนก็ยังไม่ค่อยแน่ใจกันว่าสิ่งนี้คืออะไรและมีการทำงานอย่างไร ไม่ว่าจะเรื่องกฎหมายหรือความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกัญชา คนไทยหลายคนก็ยังไม่มีความรู้มากนัก

ที่ Bloom เราจะมาไขข้อข้องใจและบอกเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์ในประเทศไทยให้คุณได้รู้เอง

กัญชาเพื่อการแพทย์คืออะไร?

Indoor growing of marijuana

กัญชาเพื่อการแพทย์ หมายถึง การใช้พืชกัญชาหรือสารเคมีภายในกัญชาเพื่อรักษาปัญหาสุขภาพหรือโรคต่างๆ โดยมักจะเป็นสิ่งที่แพทย์/หมอเป็นคนสั่ง กัญชาชนิดนี้เป็นกัญชาที่เหมือนกับกัญชาเพื่อความผ่อนคลายอย่างกัญชาพันลำและอาหารผสมกัญชาเลย แต่ต่างตรงที่กัญชาเพื่อการแพทย์ใช้สำหรับการรักษาปัญหาสุขภาพ

อย่างที่รู้กัน พืชกัญชามีสารประกอบ 100 ชนิดซึ่งรู้จักกันในชื่อ สารกลุ่มแคนนาบินอยด์ โดยสารแต่ละชนิดจะส่งผลกับร่างกายแตกต่างกันออกไป

ในด้านกัญชาเพื่อการแพทย์จะมีสารแคนนาบินอยด์อยู่สองตัวด้วยกันที่เป็นที่นิยม ได้แก่ THC (tetrahydrocannabinol) และ CBD (Cannabidiol) โดยสาร THC คือสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ก่อให้เกิดความมึนเมาได้สูง ในขณะที่สาร CBD จะทำให้ผ่อนคลาย และไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกมึนเมาหรือหลอนแต่อย่างใด นี่คือเหตุผลว่าทำไมกัญชาเพื่อการแพทย์ที่ใช้สาร THC จึงต้องได้รับใบสั่งจากแพทย์เพื่อซื้อ

สารประกอบทั้งสองอย่างนี้มีสรรพคุณมากมาย ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่หมอในไทยจ่ายยากัญชาให้คนไข้

ในฝั่งตะวันตกและอเมริกา กัญชาเพื่อการแพทย์ก่อให้เกิดยากัญชาที่ผ่านการอนุมัติจากทางองค์การอาหารและยาสหรัฐหลายชนิดด้วยกัน เช่น

  • Epidiolex: ยาที่ทำจากสาร CBD ใช้เพื่อรักษาอาการจากโรคลมชัก ได้แก่ กลุ่มอาการเลนนอกซ์-แกสโทท์ กลุ่มอาการดราเว็ด หรือทูเบอรัส สเคลอโรซิส
  • Nabilone: ยาที่ทำจากสาร THC ใช้เพื่อรักษาอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ทำคีโม
  • Dronabinol: ใช้งานคล้ายกับ Nabilone แต่มีการจ่ายยาตัวนี้เพื่อกระตุ้นความยากอาหารสำหรับอาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคเอดส์ เช่น น้ำหนักลด เจ็บปวดเรื้อรัง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • Nabaximols: ชื่อแบรนด์ว่า Sativex เป็นยากัญชาขึ้นชื่อที่มีส่วนประกอบระหว่าง THC และ CBD ในสัดส่วนที่เท่ากัน มีการจ่ายยาตัวนี้ให้สำหรับอาหารปวดประสาทเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งและโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

คุณสามารถใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ได้เมื่อไหร่?

Person holding marijuana leaves

แพทย์ของคุณอาจจ่ายกัญชาเพื่อการแพทย์ให้สำหรับอาการป่วยที่ร้ายแรง หรือเพื่อบรรเทาอาการของโรคบางชนิด ในหลายกรณี กัญชาอาจพิสูจน์ได้ว่าเป็นวิธีที่ได้ประสิทธิภาพมากกว่ายาแบบดั้งเดิมที่มีราคาแพง

ตัวอย่างของกรณีดังกล่าวนั้น ได้แก่

  • อาการและความเจ็บปวดจากโรคมะเร็ง: อาการคลื่นไส้อาเจียนเป็นหนึ่งในผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดจากการทำคีโม งานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่ากัญชามีประโยชน์ในการบรรเทาอาการเหล่านี้ในผู้ป่วยมะเร็ง แถมยังช่วยกระตุ้นความหิวและความอยากอาหารได้ด้วย
  • การบรรเทาความเจ็บปวด:กัญชาเพื่อบรรเทาอาการปวดเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้คนเลือกใช้พืชชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดรุนแรงหรือเรื้อรัง จนไปถึงโรคปลอกประสาทอักเสบ โรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ กัญชาได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูง
  • โรคลมชักและอาการชัก: อีกหนึ่งวิธีการใช้ยากัญชาคือการรักษาโรคลมชักและอาการชัก มีงานวิจัยมากมายที่พิสูจน์มาแล้วว่าสาร CBD สามารถช่วยควบคุมความถี่ของอาการชักได้ในผู้ป่วยหลายราย
  • ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ความเครียด: มีหลายคนที่ใช้สาร CBD เพื่อบรรเทาความวิตกกังวลและความเครียด แม้แต่การสูบกัญชาพันลำเองก็สามารถช่วยให้คุณผ่อนคลายได้หลังจากทำงานเหนื่อย ๆ มาทั้งวัน ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะว่ากัญชามีคุณสมบัติที่สามารถช่วยลดระดับความเครียดและความวิตกกังวล แถมยังทำให้คุณมีสงบสุขได้

นอกจากกรณีที่กล่าวมา แพทย์อาจจ่ายกัญชาเพื่อการแพทย์สำหรับการนอนน้อย ตะคริว โรคต้อหิน เอชไอวี/เอดส์ และโรคโครห์น

จะใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ในประเทศไทยได้อย่างไร?

กัญชาเพื่อการแพทย์เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายแล้วตอนนี้ในประเทศไทย หากคุณอยากที่จะใช้กัญชาร่วมกับยาอื่น ๆ ที่มีอยู่ คุณสามารถทำได้หลังจากที่ได้รับใบสั่งยาแล้ว

ใบสั่งยาสามารถหาได้จากคลินิกรัฐ แพทย์

ในทุกกรณี ขั้นตอนมาตรฐานจะเริ่มต้นด้วยการรับใบสั่งยา คุณจะต้องบอกแพทย์ให้ชัดเจนว่าต้องการรักษาเรื่องอะไร นอกจากนี้คุณจะต้องส่งข้อมูลส่วนตัวและหลักฐานยืนยันตัวตนด้วย หลังจากที่คุณได้ใบสั่งยาแล้ว ให้นำไปยื่นที่คลินิก/ร้านค้าที่คุณสามารถซื้อยาได้

สถานะของสาร CBD ในฐานะกัญชาเพื่อการแพทย์

ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร THC ไม่มากกว่า 0.2% เมื่อเทียบกับน้ำหนัก จะสามารถซื้อขายได้อย่างถูกกฎหมายจากร้านค้าทั่วประเทศ

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้แก่สินค้าผสม CBD อย่างน้ำมันมะพร้าว Cannabidiol เยลลี่ ชา เนย เป็นต้น จริง ๆ แล้ว สาร CBD เป็นสารที่ทนต่อผลข้างเคียงได้ดีในทุกปริมาณ และสามารถบริโภคได้ง่าย ๆ ทางปาก ผู้ป่วยหลายคนในปัจจุบันเลือกใช้ยา CBD เพื่อรักษาปัญหาสุขภาพ

ส่วนที่ดีที่สุดก็คือ คุณไม่จำเป็นต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์เพื่อซื้อหรือใช้ผลิตภัณฑ์สาร CBD เลย

ในทางกลับกัน สาร THC เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและทำให้รู้สึกมึนเมา แม้ว่าจะมีสรรพคุณดีเลิศแค่ไหนก็ตาม แต่ก็มักจะมาพร้อมกับผลกระทบเชิงลบด้วย เช่น ความบกพร่องของทักษะการเคลื่อนไหว หวาดระแวง ไร้ความสามารถในการรับรู้เวลา พลังสมองลดลง ฯลฯ ในปัจจุบัน สาร THC ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เพื่อความผ่อนคลาย

อย่างไรก็ตาม สาร THC เป็นส่วนประกอบในกัญชาเพื่อการแพทย์เป็นส่วนใหญ่ จากที่เห็นข้างต้น สารตัวนี้สามารถส่งมอบประโยชน์ดี ๆ ให้กับสุขภาพของคุณได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการใช้ยากัญชาในประเทศไทยเพื่อรักษาโรคจึงสามารถทำได้ แต่ก็มีการควบคุมอย่างเข้มงวดเช่นกัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไทย ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อควบคุมการใช้งานและผลกระทบของกัญชาเพื่อการแพทย์ในผู้ป่วยที่มีใบสั่งยาอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งเรื่องที่ควรทราบก็คือ ยากัญชาที่จ่ายตามใบสั่งแพทย์อาจมีความเข้มข้นไม่เพียงพอต่อการลดอาการในหลายกรณี ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาที่มีปริมาณยามากขึ้นได้

คุณสามารถใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • การสูบ
  • การสูดดมผ่านเครื่องสูบไอ
  • การกิน (อาหารผสมกัญชา เยลลี่ ฯลฯ)
  • การใช้บนผิว (ครีม โลชั่น น้ำมัน)
  • การหยดสองสามหยดใต้ลิ้น (น้ำมัน CBD, น้ำมัน THC)

ผลข้างเคียงของกัญชาได้แก่ ง่วงนอน เหนื่อยล้า หัวใจเต้นแรงขึ้น ความดันต่ำ เห็นภาพหลอน ตอบสนองช้า อยากอาหารมากขึ้น วิงเวียนศีรษะ มีโอกาสเสพติด และสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วเกี่ยวข้องกับสาร THC มากกว่า CBD

บทสรุป

CBD and THC oil

กัญชาเพื่อการแพทย์กำลังกลายเป็นสิ่งที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายในประเทศไทย แต่ยังมีคนไม่มากที่รู้วิธีใช้งานอย่างถูกต้อง แถมยังมีเรื่องความเข้มข้น การขอใบอนุญาต และเรื่องราคาอีก

หากคุณกำลังมองหาอะไรที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้สาร THC อยู่ล่ะก็ ลองพิจารณาสาร CBD ดูสิ เพราะสารตัวนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ใบอนุญาตในการบริโภคเลย

ไม่ว่าจะเป็นสารชนิดใดก็ตาม กัญชาสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคุณได้ บรรพบุรุษของเราก็ใช้มาหลายชั่วอายุคนแล้ว แถมในตอนนี้มีการศึกษามารองรับอีก ยิ่งทำให้น่าลองเข้าไปใหญ่