fbpx

ประเภทของคนที่ควรหลีกเลี่ยงกัญชา: ทำไมกัญชาจึงไม่เหมาะสำหรับทุกคน

ผู้สนับสนุนกัญชามักจะพูดกันว่าพืชชนิดนี้คือสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตและมีคุณประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการบรรเทาความเจ็บปวด การบรรเทาความวิตกกังวลและความเครียด การปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ และอื่น ๆ อีกมากมาย 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นด้วยกับไอเดียนี้

กัญชาส่งผลกระทบกับผู้คนแตกต่างกันออกไป ดังนั้นในขณะที่คุณอาจชอบกับประสบการณ์ที่ได้รับ เพื่อนรักของคุณอาจไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน นอกจากนี้การใช้กัญชาอาจส่งผลกระทบต่อเรื่องอื่น ๆ ในชีวิต ดังนั้นเราจึงอาจพูดได้ว่ากัญชาไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน

คนที่ควรหลีกเลี่ยงการสูบกัญชาหรือกินอาหารผสมกัญชามีดังต่อไปนี้

วัยรุ่นและเยาวชน

ยาเสพติด หญ้า พ็อด กัญชา คือคำที่วัยรุ่นทุกคนในยุคนี้รู้จักกันเป็นอย่างนี้ จากข้อมูลสถิติสำหรับในประเทศสหรัฐอเมริกา มีนักเรียนมัธยมปลายอย่างน้อยหนึ่งในสามที่เคยลองสูบกัญชาแล้ว

ในประเทศไทยเองก็เช่นกัน โดยพบว่าการใช้กัญชาเพื่อความผ่อนคลายในหมู่เด็กวัยรุ่นตอนปลาย (อายุ 18 ถึง 19 ปี) เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านับตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งตัวเลขนี้มีโอกาสเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากหน่วยงานต่างๆ ภายในประเทศให้การยอมรับกัญชา

แต่ข้อจำกัดทางกฎหมายระบุว่าบุคคลที่จะซื้อกัญชาได้ในประเทศไทยจะต้องมีอายุ 20 ปี

แล้วทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญล่ะ? นั่นก็เพราะกัญชาส่งผลกระทบต่อการพัฒนาของสมอง หรือถ้าจะระบุให้ชัดก็คือ สาร THC (tetrahydrocannabinol) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่อยู่ในพืชกัญชามีส่วนที่ทำให้รู้สึก ‘มึนเมา’ และมีโอกาสส่งผลกระทบต่อบริเวณของสมองที่เชื่อมโยงกับความจำ การเรียนรู้ อารมณ์ เวลาการตอบสนอง และความสนใจ

การพัฒนาสมองโดยเฉพาะในวัยเด็กวัยหัดเดิน เด็กเล็ก และวัยรุ่น มีโอกาสในการได้รับผลกระทบที่อันตรายจากกัญชา การศึกษาชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาและการเจริญเติบโตของสมองเกิดขึ้นในช่วงอายุ 10 ถึง 19 ปี และจะเจริญเติบโตเต็มที่เมื่ออายุ 25 ปี

การใช้กัญชาในช่วงที่ยังอยู่ในวัยเหล่านี้มีโอกาสที่จะส่งผลกระทบต่อการเชื่อมโยงของสมองสำหรับการทำงานที่สำคัญ เช่น ความจำและความสนใจ ส่งผลให้เกิดปัญหาทางปัญญาในภายหลัง ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจคงอยู่ถาวรโดยขึ้นอยู่กับว่าคุณสูบกัญชาแรงแค่ไหนหรือสูบมากขนาดไหนต่อวัน (หนึ่งมวนหรือห้ามวน) แต่ในปัจจุบันยังคงต้องการงานวิจัยเพิ่มเติม ในทำนองเดียวกันมีบางกรณีที่เยาวชนที่ใช้กัญชาบ่อยครั้งอาจมีปัญในการจดจำสิ่งต่างๆ

การศึกษาบางชิ้นก็แนะนำว่าการใช้งานกัญชาตั้งแต่วัยเยาว์อาจมีคะแนนไอคิวลดลงแปดคะแนนเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถนำกลับคืนมาได้ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ หากคุณเริ่มสูบกัญชาในสมัยวัยรุ่นและสูบต่อไปเรื่อยๆ มันอาจทำให้คุณโง่ได้

การบริโภคกัญชาตั้งแต่อายุน้อยมีโอกาสส่งผลให้ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าแย่ลงและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติทางจิต

สรุป: กัญชาอาจเป็นอะไรที่สนุกและมีประโยชน์ แต่อย่าเริ่มสูบเป็นประจำในช่วงที่ยังเป็นวัยรุ่น เพราะตัวคุณในวัยผู้ใหญ่อาจรู้สึกเสียใจทีหลังได้

สตรีมีครรภ์ที่ต้องให้นมลูก

เนื่องจากกัญชามีแนวโน้มที่จะส่งผลเสียต่อการพัฒนาของสมอง เราจึงแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้ผู้หญิงหลีกเลี่ยงกัญชาทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการสูบมวน การสูบควัน การกินอาหารผสมกัญชา ในขณะที่พยายามจะตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ และระหว่างที่ให้นมลูก

การรับสาร THC อาจส่งผลกระทบกับทั้งแม่และตัวเด็ก อย่างที่คุณรู้ THC คือสารที่ละลายในไขมันและสามารถอยู่ในร่างกายได้เป็นเวลาหลายสัปดาห์ สารตัวนี้สามารถส่งต่อจากร่างกายของคุณไปยังเด็กทารกผ่านทางรก

นี่คือจุดที่เป็นปัญหา เนื่องจากตัวรับแคนนาบินอยด์ (ส่วนหนึ่งของระบบเอนโดแคนนาบินอยด์ที่กัญชาถูกดูดซึมเข้าสู่ระบบ) มีอยู่ในสมองและรกของทารก ทำให้การใช้กัญชาอาจส่งผลต่อการพัฒนาของทารกในครรภ์

ในทำนองเดียวกัน เมื่อให้นมลูก เด็กอาจได้รับสาร THC จากน้ำนม ส่งผลให้สารตัวนี้ตกค้างอยู่ในร่างกายของเด็กเป็นเวลาหลายสัปดาห์

การศึกษาบางชิ้นพบความเชื่อมโยงในการใช้กัญชาในระหว่างที่ตั้งครรภ์และภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น น้ำหนักแรกเกิดต่ำ ภาวะตายคลอด และการคลอดก่อนกำหนด งานวิจัยในมนุษย์พบว่าเด็กทารกที่เกิดจากแม่ที่ใช้กัญชาในระหว่างตั้งครรภ์ประสบปัญหาเรื่องพัฒนาการทางระบบประสาท การศึกษาบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าเด็กที่ได้รับสารกัญชามีปัญหาในเรื่องการเรียน แต่เรื่องนี้ยังคงอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยให้มากขึ้น

แม้แต่การสูดดมควันกัญชาก็สามารถเป็นอันตรายต่อแม่และเด็กได้เช่นกัน

ในบางกรณี สตรีมีครรภ์อาจใช้กัญชาเพื่อจัดการกับอาการคลื่นไส้และแพ้ท้อง แม้ว่ากัญชาจะมีประโยชน์สำหรับคนที่มีอาการป่วยรุนแรง เช่น มะเร็ง แต่สำหรับสตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยง

สรุป: การใช้กัญชาในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมลูกคือสิ่งที่ไม่เหมาะสมสำหรับทั้งคุณและลูก โดยเฉพาะเมื่อพวกเขากำลังเติบโต กัญชาสามารถรบกวนการพัฒนาสมองและการเติบโตของร่างกาย นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนในชีวิตของพวกเขา

ผู้ชายที่อยากเป็นพ่อคน

ความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพอสุจิและภาวะเจริญพันธุ์ของเพศชายกับการใช้กัญชาได้กลายเป็นหัวข้อในการวิจัยครั้งใหญ่ นักวิทยาศาสตร์ยังคงศึกษาและหาความเชื่อมโยงเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนว่าผลที่ได้จะชี้ไปในทางเดียวกันว่าการใช้งานกัญชาส่งผลเชิงลบต่อภาวะเจริญพันธุ์ในเพศชาย

ลักษณะสำคัญต่างๆ เช่น จำนวนอสุจิ การเคลื่อนที่ของอสุจิ (ความสามารถในการเคลื่อนที่/แหวกว่ายด้วยตัวเองของอสุจิ) ปริมาณอสุจิ รูปร่างของตัวอสุจิ (รูปร่าง โครงสร้าง และขนาด) รวมถึงความเข้มข้นของอสุจิต่างได้รับผลกระทบจากการบริโภคกัญชาเป็นเวลานานทั้งสิ้น

การศึกษาจำนวนมากก็ชี้ไปในทางเดียวกัน ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาดไว้เนื่องจากระบบสืบพันธุ์ของผู้ชายมีส่วนพิเศษที่ทำหน้านี้รับผิดชอบในการดูดซับกัญชาเข้าสู่ร่างกาย

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณสูบกัญชาบ่อยเพียงใด กัญชาแรงแค่ไหน คุณบริโภคไปเท่าไร (สูบหรือกิน) และแน่นอนว่าขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของคุณด้วย

สรุป: หากคุณเป็นคนที่สูบกัญชาและอยากจะเป็นพ่อคนเร็ว ๆ นี้ เราแนะนำให้เลิกพฤติกรรมนี้แล้วหันมาปรับปรุงไลฟ์สไตล์ให้ดีขึ้น และเราขอแนะนำให้คุณปรึกษาแพทย์เพื่อเพิ่มโอกาสด้วย

คนที่เคยมีความผิดปกติทางจิตและโรคจิต หรือมีคนในครอบครัวที่เคยเป็นโรคดังกล่าว

มีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องที่กัญชา โดยเฉพาะสาร CBD (cannabidiol สารที่ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เป็นญาติห่าง ๆ ของสาร THC) สามารถช่วยทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นและบรรเทาอาการของภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และความเครียด

อย่างไรก็ตาม สาร THC ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะสารตัวนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของการทำให้คนเราหวาดระแวง หัวใจเต้นเร็ว และทำให้วิตกกังวล นี่คือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ใครหลายคนไม่อยากลองใช้กัญชาอีก

แต่คนที่สามารถใช้กัญชาได้เป็นประจำในทุกวันหรือเกือบทุกวันอาจมีโอกาสพัฒนาเป็นโรคจิตชั่วคราว (การหลุดไปจากความเป็นจริง) และมีโอกาสเป็นความผิดปกติทางจิตในระยะยาว ผลกระทบนี้จะเด่นชัดขึ้นเมื่อ:

  • คนนั้นมีประวัติว่าเคยป่วยทางจิต หรือมีคนในครอบครัวป่วยทางจิต
  • การใช้งานแบบเรื้อรังตั้งแต่อายุยังน้อย

สำหรับบางคน กัญชาอาจทำให้อาการของภาวะซึมเศร้าแย่ลง และอาจเชื่อมโยงกับโรคกลัวการเข้าสังคมและมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย เรื่องนี้อาจไม่ใช่การเชื่อมโยงโดยตรง แต่การนิ่งเฉยหรือความเกียจคร้านที่เกิดขึ้นจากกัญชาอาจทำให้คุณดำดิ่งลึกลงไปมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น คนที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตจึงติดท็อปรายชื่อของคนที่ไม่ควรใช้กัญชา

สรุป: หากคุณเคยมีปัญหาสุขภาพจิตในอดีต อย่าปล่อยให้ตัวเองติดกัญชาเพราะมันจะทำให้อาการแย่ลง CBD อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่คุณต้องปรึกษาแพทย์ของคุณก่อนใช้งาน

คนที่ใช้ยาตัวอื่นอยู่

กัญชาและยาที่แพทย์สั่งอาจเป็นของที่อันตรายเมื่ออยู่ร่วมกัน เราได้พูดถึงเรื่องนี้ไปแล้วในบทความของเราที่เกี่ยวกับการผสม CBD กับแอลกอฮอล์และยา และแนวคิดเดียวกันนี้ก็สามารถใช้ได้กับกัญชาเช่นกัน

หลักการของเรื่องนี้คือความเข้มข้นที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ความเข้มข้นของตัวยาเพิ่มหรือลดลงในร่างกายของคุณ สิ่งนี้เกิดขึ้นจากการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัญชากับตัวยาในร่างกาย จริง ๆ แล้ว THC สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับยาได้สูงสุด 400 ชนิด ในขณะที่ CBD มีปฏิสัมพันธ์กับตัวยาได้มากกว่า 540 ชนิด นั่นมันเยอะมากเลยนะ!

เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ผลข้างเคียงต่างๆ เช่น ปัญหาเลือดออก อัตราหัวใจที่เต้นช้าลง ง่วงนอน อัตราการหายใจผิดปกติ และความก้าวร้าวอาจเป็นสิ่งที่สังเกตเห็นไม่ได้

หลักการง่าย ๆ ก็คือ หากคุณกำลังใช้ยากล่อมประสาท ยาต้านเศร้า ยาคลายเครียด ยาแก้ปวด ยากันชัก (anticonvulsants) ยาที่เกี่ยวกับกระเพาะ และยาต้านการแข็งตัวของเลือด (blood thinners) ให้หลีกเลี่ยงการใช้กัญชา

สรุป: ปฏิสัมพันธ์ระหว่างยาที่แพทย์สั่งกับกัญชาสามารถเป็นอันตรายต่อตัวคุณได้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนใช้งาน หากคุณต้องการใช้กัญชาจริงๆ แพทย์ของคุณอาจปรับปริมาณยาเพื่อลดผลกระทบของการมีปฏิสัมพันธ์

คนอื่น ๆ ที่ไม่ควรใช้กัญชา

นอกเหนือจากคนที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว คนที่อยู่ในหมวดหมู่ดังต่อไปนี้อาจต้องคิดเรื่องการใช้กัญชาใหม่อีกครั้ง

  • คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพปอดและโรคระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเมื่อใช้กัญชาผ่านทางการสูบควัน/สูบไอ การสูบกัญชาอาจทำให้การผลิตเมือกและไอมากขึ้น และยังมีผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อของปอดที่มาจากการสูบกัญชาอีกด้วย
  • คนที่มีโรคไตหรือตับรุนแรง
  • คนที่มีปัญหาเรื่องหัวใจ เช่น ความดันโลหิตต่ำ ความดันโลหิตสูง และอัตราการเต้นหัวใจเร็ว (tachycardia)
  • คนที่ดื่มแอลกอฮอล์หนัก (กัญชาและแอลกอฮอล์ผสมกันไม่ได้ดีนัก เว้นแต่ว่าในร่างกายของคุณจะมีกัญชาเป็นส่วนใหญ่ โปรดจำไว้ว่าให้บริโภคกัญชาก่อนเบียร์)
  • คนที่มีแนวโน้มที่จะเสพติด/ใช้สารในทางที่ผิด กัญชาอาจไม่ได้เป็นอะไรที่ติดง่ายเหมือนแอลกอฮอล์และยาเสพติดตัวอื่นๆ แต่ก็ยังสามารถทำให้เกิดการพึ่งพาได้โดยเฉพาะในหมู่เยาวชน
  • นักกีฬา: การสูบหรือบริโภคกัญชา (ที่มี THC) อาจทำให้สมรรถภาพทางด้านร่างกายและจิตใจอ่อนแรงลง แถมยังมีโอกาสทำให้คุณโดนแบนจากการแข่งขันเนื่องจากทดสอบสารต้องห้ามไม่ผ่าน สาร CBD บริสุทธิ์อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเนื่องจากสารตัวนี้ไม่ถือเป็นสารต้องห้าม

สรุป

กัญชาไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกับเยาวชนและวัยรุ่น สตรีมีครรภ์ที่ต้องให้นมลูก และผู้ชายที่อยากจะเป็นพ่อคนเร็ว ๆ นี้ มีหลักฐานมากมายที่มารองรับในเรื่องนี้ และหากคุณยังคงไม่อยากทิ้งกัญชาไป การปรึกษาแพทย์อาจช่วยคุณได้

ในบางกรณี เช่น คนที่มีประวัติการป่วยทางจิต การเปลี่ยนมาใช้ CBD อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการใช้แค่กัญชาที่เน้น THC เพราะคุณก็ยังคงได้สัมผัสกับข้อดีของกัญชาอยู่ดี แค่ไม่มีผลกระทบจาก THC ที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท