fbpx

การผสม CBD กับแอลกอฮอล์และยา: ทุกอย่างที่ต้องรู้

Drink with cannabis

น้ำมัน CBD คือสิ่งที่เป็นที่นิยมกันมากในทุกวันนี้ ตั้งแต่ที่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงกฎหมายให้สามารถใช้ CBD ในเชิงพาณิชย์ได้ ในตอนนี้ก็เริ่มมีการใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากคุณนำไปใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์? หรือจะเกิดอะไรขึ้นหากคุณผสม CBD เข้ากับยาที่ใช้อยู่?

ก่อนอื่นเรามาดูเรื่องแอลกอฮอล์กัน แล้วค่อยต่อด้วยเรื่องยาด้านล่าง

CBD กับแอลกอฮอล์: ความเหมือนที่แตกต่าง

Beer foam

หากคุณรู้จักแอลกอฮอล์ ก็คงรู้ดีว่านี่เป็นสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและช่วยปลอบประโลมคุณ แถมยังช่วยเรื่องการนอนหลับ ภาวะเซื่องซึม และหากคุณกินเยอะมาก ๆ อย่างเช่นเตกีลา 10 ช็อตในชั่วโมงเดียว แน่นอนว่าคุณจะต้องหลับเต็มตื่นแน่นอน (หลังจากที่อาเจียนออกมาแล้วอะนะ)

CBD เองก็ทำหน้าที่คล้าย ๆ กันเลย แม้ว่าการใช้ CBD ในปริมาณมากจะไม่ทำให้ได้ผลเหมือนกับแอลกอฮอล์ แต่สารตัวนี้ก็ขึ้นชื่อในเรื่องของความผ่อนคลายสบายใจ มันดีมากจนถึงขนาดที่ถูกนำไปใช้ในการรักษาความผิดปกติทางจิต เช่น ความวิตกกังวลและความซึมเศร้า

ด้วยหลักการนี้ CBD และแอลกอฮอล์ควรที่จะทำงานร่วมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น แอลกอฮอล์สามารถทำให้คุณง่วงนอนและผ่อนคลาย ส่วน Cannabidiol ก็จะเข้ามาช่วยให้ได้ผลที่ดีขึ้น แต่นี่ก็ถือเป็นเรื่องอันตรายได้เช่นเดียวกัน หากเหล้าทำให้ทักษะในการเคลื่อนไหวของคุณแย่ลง การผสมเข้ากับ CBD ก็จะทำให้ทักษะนั้นแย่ลงไปอีก

แต่ความจริงก็คือ:

  • ยังมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ไม่มากพอที่ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่าง CBD และแอลกอฮอล์
  • งานวิจัยที่มีอยู่มีกลุ่มตัวอย่างไม่มากพอ และส่วนใหญ่ล้าสมัยไปแล้ว
  • ผลลัพธ์ของ CBD จะแตกต่างออกไปในแต่ละคน ดังนั้นจึงไม่สามารถระบุได้ว่าแอลกอฮอล์จะทำให้ได้ผลลัพธ์เหมือนกันในทุกคนหรือไม่

ในขณะเดียวกันก็มีความเชื่อว่า CBD สามารถช่วยต้านผลเสียของแอลกอฮอล์ได้

ลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือด

ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือด (BAC) หมายถึงปริมาณแอลกอฮอล์ที่อยู่ในเลือดของคุณ ยิ่งค่า BAC สูงมากเท่าไหร่ คุณก็จะรู้สึกมึนเมามากขึ้น แถมทักษะการเคลื่อนไหวและการรับรู้ก็แย่ลงไปด้วย

การศึกษาที่เผยแพร่ในปี 2522 พบว่า ผู้เข้าร่วมที่ใช้ CBD 200 มก. พร้อมกับแอลกอฮอล์ มีระดับ BAC ที่ต่ำเมื่อเทียบกับคนที่ดื่มแอลกอฮอล์พร้อมกับยาหลอก อย่างไรก็ตาม การศึกษาอื่น ๆ กลับพบผลที่ตรงกันข้าม ทำให้ไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน

ช่วยรักษาอาการเสพติดแอลกอฮอล์

มีงานวิจัยมากมายที่สนับสนุนว่า Cannabidiol มีประโยชน์ในการรักษาอาการเสพติด ไม่ว่าจะเป็นโอปิออยด์ แอลกอฮอล์ กัญชา หรือสารอื่นๆ การใช้ CBD จะทำให้คุณใช้สารเหล่านั้นน้อยลง ลดความอยากดื่มเพิ่ม และป้องกันโอกาสที่จะกลับไปติดซ้ำอีก

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ยังต้องการงานวิจัยมารองรับมากกว่านี้

ป้องกันไม่ให้เซลล์เสียหายจากแอลกอฮอล์

การดื่มแอลกอฮอล์แบบไม่ยั้งอาจทำให้เซลล์ของคุณเสียหายและนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงและโรคเรื้อรังในระยะยาว การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรกับคุณเลย

งานวิจัยบางชิ้นได้แสดงให้เห็นว่า CBD อาจช่วยปกป้องไม่ให้เซลล์เสียหายได้ ซึ่งตรงตามคุณสมบัติในการต้านการอักเสบและการป้องกันประสาทของสารประกอบกัญชา แต่ต้องมีการทดลองในมนุษย์มากกว่านี้เพื่อยืนยันการค้นพบครั้งนี้

สรุปสำหรับการใช้ CBD และแอลกอฮอล์

ด้วยความที่ขาดงานวิจัยและข้อมูลที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับวิธีการที่ CBD มีปฏิสัมพันธ์กับแอลกอฮอล์ ทำให้คุณไม่ควรผสมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงกับสุขภาพได้

อย่างไรก็ตามหากคุณเป็นคนที่ขี้สงสัย เราขอแนะนำให้ผสมทั้งสองอย่างในปริมาณไม่มาก อย่าใส่เยอะเกินไป สาร CBD คือสารที่ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และจะไม่ทำให้คุณมึนเมากว่าเดิมเมื่อคุณดื่มไวน์

แต่หากเป็นกัญชาจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น และนี่คือกฎของสายเขียวง่าย ๆ ที่คุณควรทราบ:

“กัญชาก่อนเบียร์ ปลอดภัยสบายตัว แต่ถ้าเบียร์ก่อนกัญชา คุณจะยิ้มยาวไปถึงโลกหน้า”

สูบก่อนดื่มหากคุณอยาก ‘ผสมผสาน’ แล้วเมายาไปด้วยในขณะที่ดื่ม หากคุณสูบทีหลังจะทำให้คุณเมายายิ่งขึ้นไปอีก

CBDCBD กับยา: พิจารณาเกี่ยวกับคำเตือน

Cannabis oil and precsription drugs on a table

หากคุณอยากใช้ Cannabidiol พร้อมกับยาตัวอื่นๆ เราขอแนะนำให้คุณปรึกษาแพทย์ก่อน

นั่นเป็นเพราะ CBD ขึ้นชื่อในเรื่องของการรบกวนและการมีปฏิสัมพันธ์กับตัวยา ทำให้ได้ผลที่ไม่พึงประสงค์ในร่างกายของคุณ

ความเข้มข้นเปลี่ยนแปลงเนื่องจากตับ

เมื่อคุณใช้ยา (หรือสารอื่น ๆ) ตัวยานั้นจะต้องถูกเผาผลาญ/ทำให้แตกตัว ก่อนที่จะสามารถเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเพื่อสร้างประโยชน์ต่อไป แม้ว่าตัวยาจะถูกเผาผลาญไปทั่วร่างกาย แต่ตับคืออวัยวะหลักที่ทำหน้าที่ย่อย

ในตับมีเอนไซม์ที่คอยเผาผลาญสารแปลกปลอมในร่างกาย และงานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าสาร CBD อาจรบกวนกับเอนไซม์เหล่านี้ ส่งผลให้เกิดผลกระทบของตัวยาอื่น ๆ

ในบางกรณี CBD สามารถยับยั้งไม่ให้เอนไซม์สามารถทำหน้าที่ต่อได้ ส่งผลให้ตับย่อยยาไม่ได้อย่างที่ควรจะเป็น ทำให้ร่างกายได้รับสารมากเกินไป บางทีอาจจะเกินกว่าปริมาณยาปกติด้วย ในทำนองเดียวกัน ยาบางตัวอาจ ‘กระตุ้น’ เอนไซม์ ส่งผลให้เผาลาญได้เร็วขึ้น ทำให้คุณได้รับปริมาณยาไม่มากพอสำหรับการรักษานี่คือสิ่งที่เรียกว่า “ความเข้มข้นที่ถูกทำให้เปลี่ยนแปลง” (altered concentration)

นอกจากนี้ยังพบว่ายาอย่าง CBD อาจเข้าไปขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ ทำให้ CBD ไม่โดนย่อยสลายอย่างเต็มที่

ผลที่เกิดขึ้นคือผลข้างเคียงที่รุนแรงอันเนื่องมาจากความเข้มข้นของตัวยาที่มากขึ้นในร่างกาย สาร CBD ขึ้นชื่อในเรื่องของการทำให้เซื่องซึม เหนื่อยล้า ท้องเสีย ความอยากอาหาร/น้ำหนักเปลี่ยน และปากแห้ง หากคุณผสมเข้ากับยาอื่นที่ให้ผลทำนองเดียวกัน คุณก็จะทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมายิ่งแย่เข้าไปใหญ่

นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณจึงไม่ควรผสมยาเข้ากับ CBD ในขณะที่ยาตัวอื่น ๆ อาจจำเป็นต้องปรับปริมาณยา

ยาเฉพาะทาง

หากคุณใช้ยาดังต่อไปนี้และคิดที่จะใช้น้ำมัน CBD แบบ Full Spectrum อยู่ล่ะก็ เราขอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อน:

  • ยากล่อมประสาท — เช่น Ambien, Lunesta และ Benadryl
  • ยารักษาภาวะวิตกกังวล — เช่น Xanax, Valium และ Librium
  • ยาต้านเศร้า — เช่น Zoloft, Prozac และ Lexapro
  • ยาแก้ปวด — เช่น codeine, Percocet and Vicodin
  • Anticonvulsants (ยากันชัก) — เช่น Tegretol, Topamax และ Depakene
  • Anticoagulants (ยาต้านการแข็งตัวของเลือด) — เช่น Coumadin, Plavix และ heparin

ยาที่มีแนวโน้มที่จะมาทำให้ผลของ CBD ไม่ออกฤทธิ์ ได้แก่:

Tacrolimus, Ketoconazole, Rifampin, Warfarin, Sulfamethoxazole, Carbamazepine, N-desmethylclobazam (nCBZ), Fluoxetine, Selegiline.

สรุป

ตัวสาร CBD เองสามารถสร้างประโยชน์ให้กับคุณมากมาย แต่หากคุณคิดที่จะผสมเข้ากับยาตัวอื่นๆ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อน

สำหรับแอลกอฮอล์ ในตอนนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าสองอย่างนี้มีปฏิกิริยากันอย่างไร แต่คุณสามารถผสมได้ในปริมาณที่ไม่มาก