fbpx

CBD กับการตรวจสารเสพติด: การใช้ CBD จะทำให้คุณได้ผลบวกหรือไม่?

Urine sample in bottle

CBD หรือที่รู้จักกันในชื่อ Cannabidiol กำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในช่วงนี้ สารตัวนี้มีสรรพคุณมากมาย ตั้งแต่การบรรเทาอาการเจ็บปวด จนไปถึงความเครียดและความวิตกกังวล รวมถึงการนอนหลับด้วย โดยสรรพคุณทั้งหมดนี้ผ่านการศึกษาและพิสูจน์ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์แล้ว

เมื่อมีคนลองใช้สาร CBD มากขึ้นเรื่อยๆ คำถามใหม่ก็เกิดขึ้นมาว่า “ใช้แล้วจะตรวจสารเสพติดเป็นบวกหรือเปล่า?” “ถ้าตรวจเจอ CBD ในร่างกาย คุณจะโดนไล่ออกจากงานหรือไม่?”

คำตอบคือไม่ ขอแค่คุณใช้เฉพาะ CBD และไม่ใช้ THC ก็พอ ยังสับสนอยู่ใช่ไหม? มาอ่านคำอธิบายแบบละเอียดกันดีกว่า

การตรวจสารเสพติดไม่ได้ตรวจหาสาร CBD

Drug test next to marijuana

การตรวจสารเสพติดไม่ได้ตรวจหาสาร CBD

ภายในกัญชา สาร THC คือสารประกอบที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทซึ่งทำให้เรารู้สึกมึนเมา และยังเป็นอีกเหตุผลที่ทำไมกัญชาจึงได้รับชื่อเสียงแย่ ๆ ในหลายที่ของโลก จนในที่สุดก็เป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่กับ Cannabidiol ไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย สารตัวนี้จะผ่อนคลายกว่า ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และไม่ทำให้คุณรู้สึกมึนเมา จึงทำให้ถูกกฎหมาย

การตรวจสารเสพติดส่วนใหญ่ในไทยและทั่วโลกจะตรวจหายาเสพติดที่มีความ ‘ร้ายแรง’ ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้เสพติด มึนเมา และทำให้คุณทำเรื่องบ้าๆ เสียการเสียงาน ซึ่งสารตัวดังกล่าวได้แก่

  • สารโอปิออยด์ อย่างเฮโรอีน มอร์ฟีน เฟนทานิล ฯลฯ
  • แอมเฟตามีน
  • โคเคน
  • สเตียรอยด์
  • PCP
  • กัญชา (THC)

สำหรับกัญชา การตรวจสารเสพติดจะมองหา THC และเมแทบอไลต์ของสารตัวนี้ ขอแค่คุณใช้เฉพาะ CBD และไม่ใช้ THC ก็ไม่เป็นไรแล้ว แถมกฎหมายกัญชาในประเทศก็ได้อนุญาตให้ใช้ผลิตภัณฑ์ CBD ได้ ขอแค่ปริมาณ THC ไม่เกิน 0.2% เมื่อเทียบกับน้ำหนัก ดังนั้นคุณปลอดภัยแน่นอนในแง่กฎหมาย

เมื่อพูดถึง THC แล้ว หากคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยสูบบ่อย สารตัวนี้อาจจะค้างอยู่ในร่างกายสูงสุดสามวัน นับตั้งแต่สูบครั้งล่าสุด

หากคุณเป็นคนที่สูบกัญชาหนักมาก การตรวจสารเสพติดอาจพบได้สูงสุด 30 วันนับตั้งแต่ครั้งล่าสุด นั่นเป็นเพราะสาร THC ละลายในไขมันได้ และจะถูกปล่อยออกมาช้า ๆ จากร่างกายของคุณเมื่อเผาผลาญไขมัน

คุณยังคงมีโอกาสตรวจแล้วได้ผลเป็นบวกอยู่ในขณะที่ใช้ CBD

Two bottles of urine sample

แม้ว่าการตรวจสารเสพติดจะไม่ได้หา Cannabidiol โดยเฉพาะ แต่คุณก็มีโอกาสตรวจแล้วได้ผลเป็นบวกอยู่ดี นั่นเป็นเพราะ:

ผลิตภัณฑ์มีสาร THC ในปริมาณที่ต่ำ

ผลิตภัณฑ์ CBD ที่คุณใช้มีสาร THC ร่วมด้วย สาเหตุก็เพราะน้ำมัน CBD มีอยู่ทั้งหมดสามสเปกตรัมด้วยกัน ได้แก่ แบบ Full, Broad และ Isolate สำหรับแบบ Full Spectrum ประกอบด้วยสาร CBD และ THC, ส่วนแบบ Broad จะประกอบด้วย CBD และสารเอนโคแคนนาบินอยด์ตัวอื่น ๆ เช่น CBN, CBG ฯลฯ ในขณะที่แบบ Isolate คือสาร CBD แบบเพียว ๆ เลย

ด้วยเหตุนี้ จึงมีโอกาสเป็นไปได้ที่สาร THC อาจเข้าไปสู่ร่างกายของคุณ โดยขึ้นอยู่กับประเภทของน้ำมันที่คุณใช้งาน

ผลิตภัณฑ์ราคาถูกหรือมีคุณภาพต่ำ

คุณไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง คุณอาจซื้อน้ำมันแคนนาบินอยด์แบบสเปกตรัม Isolate หรือ Broad แต่ผู้ผลิตอาจไม่ได้สกัดออกมาด้วยกรรมวิธีที่ถูกต้อง พวกเขาอาจมักง่ายในกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุน ส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนข้าม (cross-contamination)

พวกเขาอาจติดฉลากผลิตภัณฑ์ไม่ถูกต้องด้วย โดยขาย CBD ผสมกับ THC โดยอ้างว่าเป็นแบบ Isolate เพียวๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจสักเท่าไหร่ มีการศึกษาและการวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ CBD กว่า 70% ที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์มีการติดฉลากไม่ถูกต้อง

การสูบต่อจากผู้อื่น

คุณสัมผัสกับสาร THC อย่างต่อเนื่อง หรือบางทีคุณอาจจะอยู่กับกลุ่มคนที่ชอบสูบกัญชา แล้วสูบต่อจากคนกลุ่มเหล่านั้น

บทสรุปทิ้งท้าย

Midnight CBD Coco Kush 2000mg

สุดท้ายแล้ว คุณต้องทราบว่าการตรวจสารเสพติดไม่ได้ตรวจหา CBD ในกัญชา แต่จะตรวจหาแค่ THC และเมแทบอไลต์เท่านั้น

ตามหลักแล้ว คุณน่าจะรอดจากการตรวจสารเสพติดหากน้ำมัน CBD ของคุณประกอบด้วย THC น้อยกว่า 0.2% ตามกฎหมายในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่น้ำมัน CBD ทุกยี่ห้อที่จะทำตามมาตรฐานเหล่านี้ แม้ว่าจะโฆษณาว่าเป็นแบบนั้นก็ตาม คุณควรซื้อสารสกัด CBD คุณภาพสูงอย่างตัวนี้จากทาง Midnight มองหาใบรับรองการวิเคราะห์ อ่านรีวิว ใช้วิจารณญาณของคุณเอง เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้น้ำมันจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและไม่โฆษณาเกินจริง แม้ว่าราคาอาจจะแพง แต่ก็คุ้มเพราะคุณรู้แน่ ๆ ว่าได้ของดี

ที่ Bloom นี่คือสิ่งที่เรารับประกันสำหรับผลิตภัณฑ์ทุกชนิดเลย