Free Grab Delivery Free Grab Delivery in BKK                     Star RatingStar RatingStar RatingStar RatingStar Rating 4.9/5 Based on 100+ Reviews                     Add us on LINE @bloom.asia (Mon-Sun, 10am - 7pm)

Free Grab DeliveryFree Grab Delivery in Bangkok

Entourage Effect คืออะไร… ชวนคุณมาลิ้มลองคุณประโยชน์กัญชาอย่างเต็มที่

หากใครที่อยู่ในวงการกัญชามาสักพัก คงจะเคยได้ยินคำว่า Entourage Effect แต่สำหรับใครที่ยังคงใหม่ต่อวงการ หรือกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับกัญชา ปรากฏการณ์นี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด เพราะถือเป็นสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นในการมอบคุณประโยชน์ของกัญชาต่อร่างกาย

ประเด็นใหม่เพื่อการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกัญชา

หากลองมองดูช่อดอกกัญชาใกล้ ๆ จะสังเกตเห็นจุดเรซินเล็ก ๆ ที่มีลักษณะเหนียวและชุ่มฉ่ำ เจ้าเรซินเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้กัญชาออกฤทธิ์และช่วยให้เคลิบเคลิ้มผ่อนคลาย รวมไปถึงยังมีสรรพคุณการเยียวยาด้านสุขภาพด้วย

สาร CBD และ THC สารประกอบ 2 ตัว (รู้จักกันในชื่อของสารกลุ่มแคนนาบินอยด์) ที่พบในพืชกัญชาในปริมาณมาก อย่างไรก็ตาม ในส่วนของไตรโคมบนช่อดอกเองก็มีสารกลุ่มแคนนาบินอยด์อื่น ๆ อยู่มากกว่า 100 ชนิด ถึงแม้จะมีในปริมาณน้อยแต่ก็ช่วยมอบคุณประโยชน์ได้มากมาย

ปรากฏการณ์ ‘Entourage Effect’ เป็นหลักการพื้นฐานที่สารประกอบกัญชาต่าง ๆ ทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้สารประกอบแยกกันเดี่ยว ๆ

การทำงานร่วมกันของสารต่าง ๆ คือหัวใจหลัก

เมื่อใช้กัญชา สารกลุ่มแคนนาบินอยด์จะเข้าสู่ร่างกาย โดยแต่ละตัวจะมีคุณสมบัติและมอบผลลัพธ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การมีปฏิสัมพันธ์กันของสารเหล่านี้จะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งปรากฏการณ์นี้ เราเรียกว่า Entourage Effect

ตามทฤษฎีแล้ว การใช้สาร CBD หรือ THC เพียงอย่างเดียวอาจมอบประโยชน์น้อยกว่าการใช้สารประกอบทุกชนิดในต้นกัญชา

ในต้นกัญชานั้น นอกจากจะมีสาร CBD และ THC แล้ว ยังมีสารประกอบอื่น ๆ อีก เช่น

  • Cannabinol (CBN): ช่วยต้านแบคทีเรีย กระตุ้นความอยากอาหาร ต้านอาการอักเสบ
  • Cannabichromene (CBC): ช่วยต้านความเจ็บปวด ต้านการอักเสบ ทำงานร่วมกันกับสารกลุ่มแคนนาบินอยด์ตัวอื่น ๆ
  • Cannabigerol (CBG): ช่วยปกป้องเซลล์ประสาท ต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดการอักเสบ

นอกจากสารดังกล่าวข้างต้นแล้ว ในกัญชายังมีสารประกอบอื่น ๆ เช่น เทอร์พีนและฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยเช่นเดียวกัน

เทอร์พีนเป็นสารประกอบอะโรมาติกที่ทำให้พืชมีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ เช่น ลาเวนเดอร์ โรสแมรี่ ฯลฯ โดยเทอร์พีนสามารถพบได้ในพืชทุกชนิด และพบได้มากในกัญชา

เทอร์พีนมีมากมายหลายพันชนิด แต่หากพูดถึงกัญชาแล้ว จะมีเทอร์พีนอยู่ไม่กี่ชนิดที่พบได้บ่อยและถูกพูดถึงมากที่สุด

  • Myrcene: หนึ่งในเทอร์พีนกัญชาที่พบได้บ่อยที่สุด มีคุณสมบัติช่วยเรื่องความผ่อนคลายและกล่อมประสาท ช่วยต้านแบคทีเรียและเชื้อรา มักใช้เป็นยานอนหลับ
  • Limonene: ช่วยเรื่องยกระดับอารมณ์และลดความเครียด พบได้บ่อยในพืชตระกูลส้ม มีสรรพคุณในการต้านอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ
  • Caryophyllene: ทำหน้าที่ไปจับกับตัวรับแคนนาบินอยด์ในระบบเอนโดแคนนาบินอยด์ มีคุณสมบัติในการต้านอักเสบ

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นว่า Entourage Effect ทำงานอย่างไร แนะนำให้อ่านบทความด้านล่างนี้

เคล็ดลับสำหรับการสูบกัญชา

ครั้งต่อไปที่คุณจะสูบกัญชา ให้รับประทานมะม่วงก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง เพราะผลที่จะได้รับจะดีกว่าการสูบกัญชาเฉยๆ นั่นเป็นเพราะมะม่วงอุดมไปด้วย Myrcene ซึ่งทำงานร่วมกับกัญชาและ ECS ของคุณในการเร่งสรรพคุณได้เป็นอย่างดี

สรุปก็คือ เทอร์พีนและสารแคนนาบินอยด์มักมีปฏิสัมพันธ์กัน โดยมีทั้งระหว่างสารแคนนาบินอยด์ต่างชนิดกันที่มีปฏิกิริยาระหว่างกัน และสารแคนนาบินอยด์จากภายนอกที่ทำปฏิกิริยากับสารที่ร่างกายผลิตออกมา ซึ่งปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในระบบเอนโดแคนนาบินอยด์ในร่างกายของเราทุกคน

การทำงานร่วมกันเหล่านี้มอบผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและให้ประโยชน์ทางการแพทย์ที่น่าทึ่ง

ปรากฏการณ์นี้ส่งผลต่อการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่อย่างไร

ลองจินตนาการว่าเรามีถาดสี 1 ถาด และสีให้เลือกมากกว่า 100 สี โดยสามารถผสมสีต่าง ๆ ได้ตามต้องการเพื่อให้ได้สีใหม่ ๆ ตามแต่สัดส่วนของแต่ละสีที่ผสมลงไป

ซึ่งหลักการที่ว่านี้เองคือสิ่งที่เกษตรกรผู้ปลูกกัญชาทั่วโลกกำลังพยายามทดลอง และตอนนี้ก็เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่เราจะได้เห็นการพัฒนาที่ก้าวหน้ามากขึ้นไปอีกในอนาคตอันใกล้ หากเรามีความเข้าใจเกี่ยวกับพืชชนิดนี้กันมากขึ้น

จากตัวอย่างกรณีศึกษา หลังจากที่ได้มีการทดลองผสมข้ามพันธุ์มาหลายปี ก่อให้เกิดกัญชาสายพันธุ์ใหม่ที่มีชื่อว่า Northern Lights ซึ่งเป็นสายพันธุ์ Indica ที่อุดมไปด้วยเทอร์พีน Myrcene มีคุณสมบัติในการทำให้ง่วงนอน ช่วยให้รู้สึกสงบ ผ่อนคลาย สบายตัว ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวที่ได้นั้นเกิดจากสารประกอบแคนนาบินอยด์ในไตรโคมนั่นเอง

อีกตัวอย่างคือ สายพันธุ์ Jack Herer ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ช่วยเติมพลังให้ร่างกายและจิตใจ สายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ Sativa ที่มีเทอร์พีน Terpinolene เป็นส่วนประกอบ

ทั่วโลกมีกัญชาอยู่หลายร้อยสายพันธุ์ โดยแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีลักษณะเฉพาะตัวของตัวเอง

เบื้องหลังวิทยาศาสตร์ของปรากฏการณ์ Entourage Effect

ว่ากันว่าเมื่อสารกลุ่มแคนนาบินอยด์และสารประกอบอื่น ๆ ทำงานร่วมกัน จะมอบผลลัพธ์ที่ดีกว่า มีประสิทธิภาพมากกว่า และให้ประโยชน์ในแบบที่หาไม่ได้จากการใช้สาร THC หรือ CBD เพียงอย่างเดียว การเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกันของสารดังกล่าวสามารถมอบประโยชน์ในการรักษาได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังยังต้องมีการศึกษาวิจัยมากกว่านี้ แต่ข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

การศึกษาในปี 2010 ที่มีชื่อว่า ‘Taming THC’ โดย Ethan Russo ถือเป็นมาตรฐานการศึกษาเกี่ยวกับปรากฏการณ์ Entourage Effect การศึกษาครั้งนี้ทำให้เราได้คำตอบในประเด็นที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่

  • อาการความจำเสื่อมที่เกิดจากสาร THC สามารถใช้เทอร์พีน Pinene ช่วยรักษาได้
  • สาร CBD จะช่วยเสริมผลลัพธ์จากสาร THC ตามที่ระบุไว้ในการศึกษาทางคลินิกในปี 2010 โดยมีการนำยากัญชาที่มีชื่อว่า Sativex (สาร THC และ CBD ผสมในปริมาณที่เท่ากัน) เพื่อใช้บรรเทาอาการเจ็บปวดจากโรคมะเร็ง การศึกษาครั้งนี้ดำเนินการโดยให้ผู้ป่วยบางคนใช้ Sativex ในขณะที่บางคนได้แค่สาร THC อย่างเดียวร่วมกับยาหลอก ผลการทดลองพบว่า Sativex ช่วยลดอาการเจ็บปวดในผู้ป่วยโรคมะเร็งได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมีการรายงานว่าการรักษาประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่ใช้แต่สาร THC เพียงอย่างเดียว
  • สาร CBD และ Limonene สามารถทำงานร่วมกันเพื่อลดความวิตกกังวลได้
  • สาร CBD สามารถหักล้างผลลัพธ์จาก THC ได้ เพราะมีการทำงานกับระบบเอนโดแคนนาบินอยด์ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ สาร CBD จะทำให้อาการจาก THC น้อยลง และสามารถใช้เป็นตัวเสริมในยาที่มีสาร THC เป็นส่วนประกอบได้

นอกจากผลการศึกษาข้างต้นที่ทำให้เราทราบว่าการเสริมฤทธิ์ของสารต่าง ๆ จะช่วยมอบผลลัพธ์ที่ดีกว่าแล้ว ยังมีการศึกษาอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีก เช่น

  • การวิเคราะห์งานวิจัยในปี 2018 เผยว่าสารสกัด CBD บริสุทธิ์มีประสิทธิภาพในเรื่องการลดอาการชักในผู้ป่วยที่เป็นลมชักได้ไม่เท่ากับการที่สาร CBD ที่ผสมกับสารแคนนาบินอยด์ตัวอื่น ๆ ร่วมกับเทอร์พีนด้วย
  • อีกหนึ่งการศึกษา ในปีเดียวกันได้มีการสำรวจเกี่ยวกับคุณสมบัติในการต้านเนื้องอกของกัญชากับโรคมะเร็งเต้านม ได้ข้อสรุปว่าผลการต้านเนื้องอกของสารแคนนาบินอยด์ร่วมกับสารประกอบอื่น ๆ ให้ผลที่ดีกว่าการใช้สาร THC เพียงอย่างเดียว

จากการศึกษาเรื่องปรากฏการณ์การเสริมฤทธิ์นี้ทำให้กัญชาเพื่อการแพทย์เป็นที่พูดถึงกันมากขึ้น เราจึงสามารถสรุปได้ว่าการใช้ CBD/THC เดี่ยว ๆ อาจไม่ได้ประสิทธิภาพเท่ากับการใช้ร่วมกับสารกลุ่มแคนนาบินอยด์อื่น ๆ และเทอร์พีน

ในกรณีของ น้ำมัน CBD ไทย การใช้แบบ Full Spectrum จะช่วยให้ได้รับประโยชน์ที่ครบถ้วนมากกว่า

สรุป

เมื่ออุตสาหกรรมกัญชาเติบโตขึ้นในบ้านเราจากการปรับเปลี่ยนกฎหมายกัญชาเสรี ทำให้เริ่มพบเห็นกัญชาในสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นยารักษาโรค หรือแค่ในสินค้าที่ใช้เพื่อความผ่อนคลายเพลิดเพลิน ตลาดกัญชาได้เติบโตตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภคทั่วประเทศ

และสำหรับปรากฏการณ์ Entourage Effect นั้น หลักการสำคัญ คือ การที่สารประกอบกัญชาทุกตัวทำงานร่วมกัน เพื่อให้ได้สรรพคุณที่จากกัญชาอย่างเต็มเปี่ยม

ในขณะที่สาร CBD และ THC มีคุณสมบัติที่โดดเด่นและมีงานวิจัยรองรับมากมาย แต่สารกลุ่มแคนนาบินอยด์อื่น ๆ หรือแม้แต่เทอร์พีนเองกลับยังไม่เป็นที่พูดถึงมากนัก ซึ่งหากเราทำความเข้าใจและทำการศึกษาเพิ่มมากขึ้น เราจะมีทางเลือกเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้นอีกมากมาย

และเมื่อไม่นานมานี้ เกษตรกรผู้เพาะปลูกกัญชาก็เริ่มหันมาปรับปรุงสายพันธุ์ด้วยการผสมเทอร์พีนและสารกลุ่มแคนนาบินอยด์เข้าไปแล้ว และในอนาคตอันใกล้ เราจะได้ความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับพืชอันแสนมหัศจรรย์นี้